Highlighted
Active Level 3

IMG_0015.jpg

 

กล้องจะมีทั้งหมด 5 ตัว จอด้านนอกและจอด้านในจะมีกล้องขนาด 10 ล้านพิกเซล และกล้องหลังจะมีกล้อง Ultra Wide กล้องหลัก กล้องซูม ทุกตัวมีขนาด 12 ล้านพิกเซลเท่ากันทุกตัว

 

IMG_0016.jpg

 

Galaxy Z Fold 2 มาพร้อมกับซีพียู Snapdragon 865+ ตัวใหม่ล่าสุด มาพร้อมกับแรม LPDDR5

 

IMG_0017.jpg

 

แบตเตอรี่มีขนาดใหญ่กว่า Galaxy Fold ตัวแรก ซึ่งแบตเตอรี่ Galaxy Z Fold 2 จะอยู่ที่ 4,500 มิลลิแอมป์ และรองรับชาร์จด่วน 25W จากเดิม 15W และชาร์จไร้สายได้ 10W จากเดิม 9W

 

IMG_0020.jpg


สีที่เปิดตัวมีด้วยกัน 2 สี ได้แก่ สีบรอนซ์ Mystic Bronze และสีดำ Mystic Black

 

IMG_0023.jpg

 

ราคาจำหน่าย 69,000 บาท

 

IMG_0025.jpg

 

สามารถพรีออเดอร์ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน – 13 กันยายน 2563 และยังมีของแถมเป็น Galaxy Buds Live , Samsung Care+ และ Galaxy Butler Gold

 

IMG_0027.jpg

 

และสามารถสั่งจองได้ที่ผู้ให้บริการเครือข่าย AIS , DTAC , Truemove H ได้ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน – 13 กันยายน 2563 เช่นเดียวกัน และจะได้รับ Samsung Care+ และ Galaxy Butler Gold อีกด้วย

 

IMG_0030.jpg

 

และพิเศษ เมื่อพรีออเดอร์ผ่าน Samsung.com จะสามารถเปลี่ยนสีขอบด้านข้างเครื่องตามที่ต้องการได้ด้วย โดยสามารถเลือได้ 4 สี ได้แก่ สีเงิน สีแดง สีฟ้า และสีทอง

 

IMG_0031.jpg

 

พิเศษสุดๆและครั้งแรกสำหรับประเทศไทยปีนี้ ที่จะมี Thom Browne Edition มาให้เป็นเจ้าของอีกด้วย

 

IMG_0035.jpg

 

สำหรับในกล่อง Galaxy Fold Z Fold 2 Thom Browne Edition จะมี Galaxy Buds Live , Galaxy Watch 3 ก็จะมีสัญลักษณ์พิเศษให้กับอุปกรณ์ทุกชิ้นในกล่อง Thom Browne Edition มาให้ด้วย

 

IMG_0037.jpg

 

สำหรับ Galaxy Fold Z Fold 2 Thom Browne Edition ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 109,900 บาท สั่งซื้อได้ที่ Samsung.com และมีจำนวนจำกัดด้วยนะครับ ^^


*********จบแล้วครับ เดี๋ยวเราไปดูรูปตัวเครื่องกันบ้างดีกว่าครับ*********

 

IMG_0041.jpg

 

ตัวเครื่องสีดำก็สวยไปอีกแบบ ^^

 

IMG_0044.jpg

 

ในขณะที่เราถ่ายรูป เราก็สามารถดูรูปที่ถ่ายไปก่อนหน้านี้พร้อมกับถ่ายวีดีโอไปพร้อมกันได้

 

IMG_0045.jpg

ด้านบนตัวเครื่องก็จะมีลำโพง ซึ่งลำโพงรอบนี้ให้เสียงได้ดีกว่า Galaxy Fold ตัวเดิมแบบเห็นได้ชัดเลยครับ และก็ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน

 

IMG_0048.jpg

 

ด้านข้างก็จะมีปุ่มเปิดปิดเครื่องพร้อมกับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือในตัวเดียวกันเลย ซึ่ง Galaxy Fold ตัวเดิมจะมีปุ่มเปิดปิดเครื่องและเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแยกต่างหาก

 

IMG_0051.jpg

 

ด้านล่างก็จะมีลำโพงตัวหลัก ไมโครโฟนตัวหลัก และช่อง Type-C

 

IMG_0056.jpg

 

IMG_0058.jpg

 

IMG_0061.jpg

 

IMG_0062.jpg

 

IMG_0066.jpg

 

เมื่อเปิดกล้อง ก็สามารถเปิดจอด้านหลังให้แสดงผลภาพได้ด้วย

 

IMG_0072.jpg

 

พอเปิดแบบนี้พร้อมกับคีย์บอร์ด ทำให้ผมนึกถึง Nokia สมัยก่อนเลยครับ ที่เป็นฝาพับแบบนี้ที่ด้านล่างมีปุ่มและด้านบนเป็นจอซึ่ง Nokia ก็มีอยู่หลายรุ่นเลยครับ ^^

 

IMG_0075.jpg

 

ตัวนี้รองรับ 5G นะครับ

 

IMG_0082.jpg

 

ถ้าเทียบกับกล้องขนาด 10 ที่เหมือนกับ Galaxy Note 20 ผมว่ารูมันใหญ่กว่า Galaxy Note 20 แบบเห็นได้ชัดอยู่นะครับ

 

IMG_0087.jpg

 

ยิ่งจอด้านในนี่ผมว่ารูมันอาจจะใหญ่ไปซักนิดนะครับ แต่รุ่นหน้าก็อาจจะทำให้เล็กลงกว่านี้ได้ 555+ เมื่อวางเทียบกับ Galaxy Note 20 Ultra ก็จะเห็นได้ชัดเลยว่าขนาดรูกล้องต่างกันจริงๆครับ

 

***************************


เป็นยังไงกันบ้างครับสำหรับสรุปงานเปิดตัว ข้อมูลอาจจะไม่ครบถ้วนก็ขออภัยด้วยนะครับ สำหรับวันนี้ ลาไปก่อน สวัสดีครับ

 

 

 

page.ForumTopicPage.replies-count.text
Highlighted
Moderator
Moderator

ว้าววววว

ตอบ
กำลังโหลด...
Highlighted
Active Level 3
A 11
ตอบ
กำลังโหลด...